แนะนำหลักสูตรแพทย์ชั้นนำ ที่เรียนจบแล้วได้ปริญญาถึง 2 ใบ! ทั้งในไทยและต่างประเทศ

แนะนำหลักสูตรแพทย์ชั้นนำ ที่เรียนจบแล้วได้ปริญญาถึง 2 ใบ! ทั้งในไทยและต่างประเทศ

แนะนำหลักสูตรแพทย์ชั้นนำ ที่เรียนจบแล้วได้ปริญญาถึง 2 ใบ! ทั้งในไทยและต่างประเทศ

สวัสดีค่า วันนี้ทาง Up Grade Class จะมาแนะนำหลักสูตรแพทย์ ทั้งแบบปกติและนานาชาติในปัจจุบันที่มีการปรับหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้นโดยมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศทำให้ได้ปริญญามากกว่า 1 ใบ ซึ่งเหมาะกับน้องๆ ที่อยากเรียนแพทย์ในไทย และต่างประเทศในหลักสูตรเดียวกันประหยัดเวลาและได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนกันอยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่า

แพทยศาสตรบัณฑิต ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หลักสูตร 7 ปี 2 ปริญญา

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตแนวใหม่ 7 ปี 2 ปริญญา คืออะไร

“หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563 ของคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร และเครือข่ายสถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นสถานฝึกปฏิบัติทางคลินิกหลักของหลักสูตร โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลพนมไพรจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลร่วมสอน โดยหลักสูตรได้พัฒนาทั้งวิธีการเรียนการสอน การประเมิน การติดตามผลที่มุ่งบูรณาการความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยี และคิดค้นคว้านวัตกรรม พร้อมโอกาสที่จะได้เข้าร่วมศึกษาและทำงานวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ณ มหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร ยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนสู่มาตรฐานสากลเพื่อการผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีศักยภาพขั้นสูง นักศึกษาแพทย์ที่ได้เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้จะใช้ระยะเวลาเรียน 7 ปี และเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) MD จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และปริญญา iBSc จากมหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร”

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563) แบ่งการเรียนการสอนอย่างไร และเรียนที่ไหนบ้าง

สำหรับหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563 ใช้ระยะเวลาศึกษา 7 ปี หรือ 14 ภาคการศึกษาระบบทวิภาค โดยแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1Early years เรียนที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย ประกอบด้วย

  • ปีการศึกษาที่ 1: Becoming a doctor การศึกษาวิชาทั่วไป และเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นแพทย์ โดยได้พัฒนาทักษะทางการแพทย์ และได้เริ่มเรียนรู้จากผู้ป่วยตั้งแต่ปีแรก
  • ปีการศึกษาที่ 2: Fundamentals of clinical science I วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์แบบบูรณาการ I
  • ปีการศึกษาที่ 3: Fundamentals of clinical science II วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์แบบบูรณาการ II

ระยะที่ 2Research and Innovation ณ มหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร

ระยะที่ 3: Later years เป็นวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกและการฝึกทักษะทางคลินิก ณ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นสถานฝึกปฏิบัติทางคลินิกหลักของหลักสูตร และโรงพยาบาลสมทบในการเรียนการสอน ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลพนมไพรจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย

  • ปีการศึกษาที่ 5: Integrated Clinical Care I
  • ปีการศึกษาที่ 6: Life Cycle, Mental Health, Integrated Clinical Care II
  • ปีการศึกษาที่ 7: Externship and Preparation for Practice

เรียน 7 ปี ได้รับ 2 ปริญญา คือ

1. ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
2. ปริญญา iBSc จาก University College London (UCL)

แพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หลักสูตร 6 ปี 2 ปริญญา

Med SWU คืออะไร

Med SWU คือ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (Doctor of Medicine Programme) เป็นหลักสูตรโครงการร่วมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร (Srinakharinwirot University – The University of Nottingham) แต่หลักสูตรนี้จะไม่ใช่หลักสูตรแพทย์อินเตอร์ เป็นเพียงหลักสูตรโครงการร่วมฯ ที่ได้รับการรับรองจากทั้งแพทยสภาและสกอ. โดยหลักสูตรนี้หลังจากเรียนจบจะได้รับปริญญา 2 ใบ ทั้งจากที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม และมหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ

จุดเด่นของ Med SWU คืออะไร

หลักสูตร Med SWU เมื่อเรียนครบหลักสูตร 6 ปี จะได้รับใบปริญญาถึง 2 ใบ เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่แบ่งการเรียนเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงปี1-3 นิสิตฯ จะได้เรียนรายวิชาในชั้นพรีคลีนิคที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม เมื่อจบการเรียนที่กำหนด จะได้รับปริญญา Bachelor Degree of Medical Sciences (B.Med.Sci) จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม แล้วกลับมาศึกษาต่อจนจบชั้นคลีนิคที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับนิสิตแพทยศาสตรบัณฑิต ภาคปกติอีก 3 ปี จึงจะได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อเรียนจบหลักสูตร Med SWU แล้ว จะสามารถประกอบวิชาชีพแพทย์สาขาต่าง ๆ ได้ทั้งในภาครัฐและเอกชน หรือจะศึกษาต่อในระดับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่าง ๆ ได้ทั้งในและต่างประเทศ

ได้รับ 2 ปริญญา คือ

1. ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2. ปริญญา Bachelor Degree of Medical Sciences (B.Med.Sci.) จาก University of Nottingham

การแพทย์แผนจีนบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตร 6 ปี 2 ปริญญา

แพทย์แผนจีนธรรมศาสตร์มีอะไรพิเศษ

  • หลักสูตรนานาชาติ มีการเรียนเป็นโปรแกรมภาษาจีนและภาษาอังกฤษ
  • เป็นมหาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่มีความร่วมมือกับ Beijing University of Chinese Medicine มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนปักกิ่ง (แอบกระซิบว่าติด TOP 4 มหาลัยการแพทย์แผนจีนระดับสูง)
  • ที่สำคัญบัณฑิตที่จบการศึกษาสามารถสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีนได้ทั้งในไทยและในจีน

แพทย์แผนจีนคืออะไร? เรียนอะไรบ้าง?

แพทย์แผนจีนจะเน้นการรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี เน้นใช้สมุนไพร (แน่นอน ต้องเรียนตำรายาสมุนไพรโบราณด้วย) ใช้การฝังเข็ม,ครอบแก้ว,นวดทุยหนา,Moxibustion เราเน้นฟื้นฟูผู้ป่วยให้ร่างกายมีสมดุลที่ดี (หยินหยาง คำนี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยินบ่อยๆ)  และมีการวินิจฉัยโรคด้วยการแมะ (เอาสามนิ้วแตะลงบนชีพจร) และมีอีกมากมาย

1. ตอนอยู่ไทย
เราเรียนพื้นฐานภาษาจีน และ วิทยาศาสตร์ ชีวะ เคมีอินทรีย์ สถิติ แล้วก็ยังมีวิชา TU ต่างๆ ได้เจอเพื่อนต่างสาขา ต่างคณะ คณะเราเน้นสอนแบบ PBL ( Problem-Based Learning) คือการนำปัญหา มาให้เกิดการกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ในตัวพวกเรา

2.ตอนอยู่จีน ไปเรียนที่ Chengdu University of Traditional Chinese Medicine (CDUTCM) ปี 2 เป็นการส่งไปเรียนภาษาล้วนๆ เพราะเราต้องใช้ภาษาจีนกันอีกยาวๆ 4ปี ในการอ่านตำราจีน

ได้รับ 2 ปริญญา คือ

1. ปริญญาตรีการแพทย์แผนจีนบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. ปริญญา Bachelor of Traditional Chinese Medicine จาก Beijing University of Chinese Medicine