เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ การสอบ TOEFL

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ การสอบ TOEFL

TOEFL (Test of English as a Foreign Language ) เป็นการสอบเพื่อวัดระดับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติเพื่อศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอน รวมถึงหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย ซึ่งการสอบ TOEFL จัดทำขึ้นโดย Educational Testing Service (ETS) ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกันกับผู้จัดสอบ TOEIC (แต่ TOEIC จะใช้กับการทำงาน ต่างจาก TOEFL จะใช้สำหรับการศึกษาต่อ)

ผลคะแนน TOEFL เป็นที่ยอมรับของทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลก (ในทุกระดับ เช่น Diploma, Certificattion, Bachelor, Master, Doctorial, Post Doctorial) ในทุกคณะที่เข้าเรียน รวมทั้งยังสามารถใช้ประกอบการขอ VISA เพื่อเรียน, ทำงาน, อยู่อาศัยระยะยาวของประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถนำไปสมัครงานหรือเลื่อนตำแหน่งในระดับสูงขององค์กรต่างๆ ทั่วโลก     

สำหรับในประเทศไทยนั้น หลักสูตรนานาชาติของทุกมหาวิทยาลัยในไทย เช่น ธรรมศาสตร์, จุฬา, มศว, เกษตร, MUIC, ม.เชียงใหม่, ม.ขอนแก่น, ม.สงขลานครินทรํ ฯลฯ รวมทั้งระดับบัณฑิตศึกษาทุกแห่ง (ประกาศณียบัตรบัณฑิต / ป.โท / ป.เอก) ยอมรับผลคะแนน TOEFL โดยทั้งสิ้น รวมทั้งผลคะแนน TOEFL นี้ ยังสามารถนำไปยื่นเป็นผลงาน (PORTFOLIO) เพื่อสอบติดแบบ Fast Track ใน TCAS รอบ 1 ในหลักสูตรภาคไทยหลายหลักสูตร เช่น แพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์, บัญชี, บริหาร, ฯลฯ อีกด้วย

ข้อสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดผลภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐานภาษาอังกฤษแบบอเมริกา ซึ่งคะแนนสอบนี้จะสามารถนำไปใช้ในการศึกษาต่อในต่างประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น แต่รูปแบบการสอบ TOEFL จะมีตัวย่อต่อท้ายที่แตกต่างกันถึง 4 แบบ แต่ละแบบจะมีอะไรบ้าง มาดูกัน

TOEFL PBT

ย่อมากจาก Paper-Based Testing จะเป็นการทำแบบทดสอบกับกระดาษ การสอบแบบ PBT จะประกอบไปด้วย Listening, Structure, Listening โดยมีคะแนนตั้งแต่ 310-677 คะแนน ส่วนการสอบ Writing (รู้จักกันในชื่อ TWE) สามารถเลือกที่จะสอบ หรือไม่สอบก็ได้ การคิดคะแนนในส่วนนี้จะแยกออกไปต่างหากจากส่วนอื่นๆ โดยมีคะแนนตั้งแต่ 0-6 คะแนน

TOEFL CBT

ย่อมากจาก Computer-Based Testing จะเป็นการสอบกับคอมพิวเตอร์ เนื้อหาในการสอบเหมือนกับ TOEFL PBT แต่จะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ แบบ CBT ผู้สอบทุกคนจะต้องสอบ Writing ช่วงคะแนนอยู่ที่ 0-300

ซึ่งปัจจุบัน TOEFL มีการสอบสองรูปแบบคือ

1.TOEFL iBT

ย่อมาจาก TOEFL Internet-Based Testing ค่าสมัครสอบ 195$ (ประมาณ 6,000 บาท) เป็นการสอบที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 จนมาถึงปัจจุบัน การสอบแบบ iBT นี้จะสอบกับคอมพิวเตอร์ ใน 4 ทักษะ คือ Reading, Listening, Speaking, Writing โดยมีผลคะแนน 0 – 120 คะแนน (ทักษะละ 30 คะแนน) ทั้งนี้การสอบ TOEFL iBT นี้ เป็นการสอบที่นิยมกันมาก เพราะผลคะแนนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก (สอบในไทย ก็สามารถยื่นมหาวิทยาลัยหรือทุนได้ทั่วโลก หรือสอบจากประเทศอื่น ก็นำผลคะแนนมายื่นมหาวิทยาลัยในไทยได้เช่นกัน)

 2.TOEIC ITP

ย่อมาจาก TOEFL Institutional Testing Program ค่าสมัครสอบประมาณ 1,800 บาท เป็นข้อสอบ TOEFL ที่องค์กรหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ซื้อข้อสอบมาจาก ETS เพื่อจัดสอบเอง เช่น MUIC หรือ ม.เกษตร หรือ ม.ราชภัฏฯ ต่างๆ (ในโครงการครูคืนถิ่น) โดยการสอบจะเป็นการสอบแบบ paper (คือการสอบบนกระดาษข้อสอบตามปกติ) ประกอบด้วยทักษะคือ Reading, Structure (grammar), Listening (และอาจจะมี Writing ที่รู้จักกันในชื่อ TWE แต่ไม่บังคับสอบ) มีผลคะแนนคือ 310 – 677 คะแนน แต่ทั้งนี้การสอบ TOEFL ITP จะไม่นิยมสอบกันมากนัก เนื่องจากผลคะแนนจะใช้ได้เฉพาะกับสถาบันที่จัดสอบเท่านั้น เช่นสอบ TOEFL ITP กับ MUIC (ซึ่งมักจะรู้จักกันว่า TOEFL MUIC) ก็จะสามารถใช้ยื่นผลคะแนนกับ MUIC ได้เท่านั้น 

***ส่วนการสอบแบบ TOEFL PBT (Paper-Based Test) และ TOEFL CBT (Computer-Based Test) นั้นไม่มีการจัดสอบแล้วในประเทศไทย